www.kapukluk.com
 
 
นิทานอีสป นิทานทั่วไป นิทานชาดก นิทานวรรณคด นิทานเวตาล  
 

ชาติที่ 4 พระเนมิราช

เนมิราชชาดกเป็นเรื่องราวในพระชาติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมียิ่งกว่าพระชาติใด ๆ คือ ทรงตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการทำความดี โดยการเสด็จออกผนวชเพื่อกำจัดทุกข์ของตนเองและผู้อื่นแม้เป้าหมายจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อทรงตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้แล้วก็จะทรงพยายามทำให้สำเร็จให้จงได้ ในพระชาตินี้พระเนมิราชทรงละทิ้งความสุขในพรหมโลก ยอมจุติ (ตาย) มาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสืบทอดวงศ์บรรพชิต(ตระกูลนักบวช) ของพระองค์ไว้ ดังที่ทรงเคยอธิษฐานไว้ในอดีตชาติ
การบำเพ็ญอธิษฐานบารมีของพระโพธิสัตว์ในพระชาตินี้

ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงบิณฑบาตแล้วเสด็จประทับ ณ อัมพวัน สวนมะม่วง กรุงมิถิลา และพระอานนท์กับพระภิกษุทั้งมวลได้กราบทูลอาราธนาให้พระองค์ ทรงโปรดปรานเล่าเรื่องอดีตชาติดังต่อไปนี้

เมื่อครั้งอดีตกาล พระพุทธเจ้าทรงเสวยพระชาติเป็นพระราชาครองมิถิลานคร มีพระนามว่า "มะฆะเทวราช"

ซึ่งการครองบัลลังก์ของราชวงศ์นี้จะเป็นไปตามสัตย์อธิษฐานว่า เมื่อเกศาหงอกเมื่อใดก็จะทรงออกผนวชและยกราชสมบัติให้พระราชโอรสต่อไป ดังนั้น เวลาที่ช่างภูษามาลามาตบแต่งพระเกศาพระราชาก็จะทรงรับสั่งเสมอว่า ถ้ามีพระเกศาหงอกก็จงทูลให้ทรงทราบด้วย

เทพบุตรจุติ

ยามนั้นเทพบุตรบนสวรรค์นาม "เนมิราช" เล็งเห็นว่าราชวงศ์กษัตริย์นี้อาจจะมิมีผู้ใดสืบสันติวงศ์ต่อไป จึงจุติลงมากำเนิดในครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระเจ้ามะฆะเทวราช เมื่อประสูติออกมาก็ได้รับพระนามว่า "เนมิราช" ด้วยว่าเหล่าพราหมณ์คิดว่าพระราชโอรสประสูติมาแล้วก็ต้องกระทำตามกฎสัตย์อธิษฐานของราชวงศ์ที่ต้องขึ้นครองราชย์ และก็ต้องออกบรรพชาเมื่อพระเกศาหงอกแล้ว


พระเนมิราชเมื่อทรงเยาว์ก็มีพระทัยเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมทรงตั้งโรงให้ทาน และพระราชทานทรัพย์วันละหลายแสน พระองค์เองก็ทรงถือศีล ๕ ประพฤติปฏิบัติธรรมเคร่งครัด

ต่อมาพระเนมิราชทรงได้ขึ้นครองราชย์แทนพระบิดาซึ่งออกบรรพชาไปแล้ว พระองค์ทรงสงสัยเรื่องการให้ทานกับการถือศีลว่าอานิสงส์สิ่งใดจะมากกว่ากัน พระอินทร์จึงเสด็จจากทิพย์อาสน์ลงมายังห้องบรรทมของพระเนมิราช แล้วตอบความคลางแคลงพระทัยนั้นว่า

"ดูกรสมมติเทพ ผลบุญของการถือศีลนั้นมากกว่าการให้ทานหลายร้อยเท่า หากถือศีลเจริญสมาธิแล้วก็จะได้นิพพาน ไปเกิดในพรหมโลก ดังนั้นขอให้ท่านจงอุตสาหะหมั่นถือศีลมิรู้เสื่อมสิ้น"

เมื่อพระเนมิราชสดับฟังดังนั้นก็นิมนต์สงฆ์มาเทศนาสั่งสอน ไฟร่ฟ้าข้าแผ่นดินเนือง ๆ พระองค์เองก็รักษาศีล และพร่ำอบรมให้เสนาอำมาตย์และพสกนิกรถือศีลให้เคร่งครัด

บรรดาไฟร่ฟ้าเมื่อตายไปก็ได้ไปเกิดเป็นเทวดาในพรหมโลก ต่างก็สำนักว่าเป็นเพราะพระเนมิราชสั่งสอนให้ตน รักษาศีลรักษาธรรมนั่นเอง จึงอยากชมพระบารมีพระเนมิราช พระอินทร์จึงให้พระมาตุลีเทพบุตรเทียมเวชยันต์ราชรถลงไปยังมิถิลาพระนคร เพื่อเชิญเสด็จพระเนมิราชขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงษ์

พระเนมิราชทรงลาเสนาอำมาตย์ขึ้นราชรถไป ครั้นถึงระหว่างทางพระมาตุลีเทพบุตรจึงกราบทูลว่า

"พระองค์จะเสด็จสู่นรกภูมิก่อนหรือไม่ บรรดาสัตว์ที่กระทำบาป หยาบช้าเมื่อพบพระองค์บำเพ็ญกุศลศีลทาน อาจได้ไปเกิดในสวรรค์บ้าง"

"ถ้าเช่นนั้น ท่านจงพาเราไปชมนรกก่อนเถิด จากนั้นค่อยไปทางสวรรค์"

เมื่อพระเนมิราชตกลงดังนั้น พระมาตุลีเทพก็นำเสด็จไปยังชั้นนรก ในภูมินรกนั้นมีธารน้ำอันเดือดเป็นนิจ มีเปลวรุ่งโรจน์แผดเผาให้เร่าร้อนมิมีวันดับ นายนิรยบาลก็ยืนถือดาบใหญ่และหอกยาวคอยทิ่มแทง สัตว์นรกทั้งปวงเมื่อเจ็บปวดก็กระโดดลงแม่น้ำเวคะตะระณีนัทที ซึ่งมีแต่หนามหวายคมดั่งกรด เมื่อถูกเนื้อตัวส่วนใดเนื้อก็ขาดแหว่งทันที หากหนีจากหนามหวายก็เจอฉมวกหลาวเสียบเข้าร่างกาย ตกลงไปสู่บัวเหล็กก็ถูกบาดให้ขาดเป็นท่อน ตกลงไปในน้ำร้อนเดือดเป็นพวยพุ่ง หนีขึ้นฝั่งก็ถูกทิ่มแทงสกัดไว้ มีคีมคีบถ่านแดงใส่ปากให้แสบร้อนทุรนทุราย เป็นนรกขุมที่คนผู้เคยรักแกคนที่อ่อนแอกว่าต้องมารับกรรม

อีกด้านหนึ่งมีสุนัขตัวดั่งช้างคอยไล่กัดกิน มีนกแร้งคอยรุมแทะไส้พุงและกระดูก เหล่าสัตว์นรกร่างกายฉีกขาด ต่างก็ร่ำร้องคร่ำครวญโหยหวนไปทั่วทุกแห่ง

คนที่ฆ่าสัตว์หรือทำร้ายสัตว์ก็จะถูกหิ้วคอด้วยพรวนเหล็กถูกกวัดแกว่งแล้วโยนใส่น้ำร้อนจนตายไป ไม่นานก็ฟื้นใหม่มาถูกรัดคอจนตายแล้วตายอีก

คนที่เคยคดโกงเงินทานก็จะถูกโยนลงไปในถ่านเพลิงให้ไฟไหม้ท่วมตัว

คนที่ใจบาปหยาบช้า ก็จะถูกทุบตีด้วยกระบองเหล็กจนตัวแหลกราญร่างลุกเป็นเปลวไฟดิ้นพล่านอย่างปวดแสบเจ็บแสน

คนที่ฆ่าบุพการี ก็จะกลายเป็นสัตว์นรกเหม็นเน่าต้องดื่มกินเลือดหนองของตัวเองต่างน้ำยามหิวกระหาย

คนที่มีชู้ ก็ถูกไล่ทิ่มแทงให้ปีนต้นงิ้วที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม ตกลงมาก็ถูกฝังทับด้วยภูเขาเหล็กจนร่างปี้ป่นเกิดเสียงดังกำปนาทน่าระทึกหวาดผวา

นรกขุมต่าง ๆ ๑๕ ขุมนั้นมีดังนี้คือ เวตรณีนรก นรกสุนัข นรกทองแดง นรกหม้อทองแดง นรกถ่านเพลิง นรกโซ่ทองแดง นรกแหลมหลาว นรกทุบตี นรกแม่น้ำแกลบ นรกน้ำหนอง นรกคูถ นรกเป็ด นรกสัตว์อุบาทว์ นรกบ่อไฟ นรกภูเขา-เหล็กไฟ

ภาพขุมต่าง ๆ ในนรกทั้ง ๑๕ ขุมทำให้พระเนมิราชสลดหดหู่พระทัย และประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งนัก ขณะนั้นองค์อินทร์ได้ส่งเทวบุตรมาเตือน ให้พระมาตุลีเทพรีบเชิญเสด็จพระเนมิราชสู่ภพของสวรรค์ ด้วยเกรงว่าเวลาของพระชนมายุจะหมดลงเสียก่อน หากใช้เวลาในนรกภูมินานเกินไป พระมาตุลีเทพบุตรจึงขับรถเวชยันต์สู่สวรรค์

บนชั้นวิมานแมนนี้ มีเทพธิดาเทพบุตรมากมาย คนบางคนเคยเป็นทาสรับใช้พราหมณ์ ได้รับทรัพย์จากพราหมณ์นำไปซื้อเครื่องไทยทานถวายภิกษุ เมื่อตายก็ได้จุติเป็นนางฟ้านางสวรรค์

พระมาตุลีเทพบุตรได้นำราชรถเสด็จผ่านสวรรค์ทั้ง ๗ ขั้น แต่ละชั้นวิมานนั้นมีแต่แสงรุ่งเรืองพราวพราย ดั่งรัศมีทรงกลดของดวงอาทิตย์

ในวิมานแก้ววิมานทองนั้นมีเทวบุตร ๑ องค์ แวดล้อมพร้อมพรักด้วยเหล่านางอัปสร

เทวบุตรในวิมานหนึ่งเคยเป็นคหบดีนาม "โสณทินนะ" อยู่ที่เมืองกาสักราช ได้หมั่นทำบุญสร้างอุโบสถ ๗ อุโบสถถวายจตุปัจจัยทั้ง ๔ แก่ภิกษุสงฆ์ จิตใจยึดมั่นรักษาศีลประพฤติชอบด้วยธรรม เมื่อดับจิตแล้วจึงมากำเนิดเป็นเทวบุตรอยู่ในวิมานแก้วดังนี้เอง

เมื่อเล่าความแต่ละหนทางที่เคลื่อนรถผ่านแล้ว พระมาตุลีเทพก็นำเสด็จพระเนมิราชไปชมวิมานแก้วสูง ๒๕ โยชน์ ประดับ ๗ แก้วแวววาว ฉัตรเงินฉัตรทองส่องแสงรุ่งรัศมี มีสระโบกขรณีที่ผนังล้วนเป็นผลึกแก้ว มีเทพบุตรเทพธิดาเสพย์ทิพย์อยู่ทั่วสถาน

พระเนมิราชทรงตรัสถามว่า เทพเหล่านั้นประพฤติชอบใดเมื่อยังเป็นมนุษย์

พระมาตุลีเทพบุตรกราบทูลว่า เทพเหล่านี้เมื่อเป็นมนุษย์ได้รักษาศีลบำเพ็ญทานอยู่ตลอดชีวิต
เมื่อตายจึงได้มาเกิดเป็นเทพอยู่บนวิมานชั้นนี้

วิมานแก้วไพฑูรย์และวิมานแก้วผลึกก็เป็นของเทพที่เคยบริจาค ถวายจีวรให้สงฆ์ในฤดูหนาว วิมานทองนั้นเป็นของเทพที่เคยรักษาศีลถวายทานบิณฑบาตให้ทานคนยากไร้อนาถา สร้างพระอารามถวายสงฆ์

ในแต่ละชั้นวิมานมีแต่เสียงมโหรีไพเราะ และกลิ่นหอมฟุ้งขจรของมวลพฤกษาบุปผชาติสวรรค์ แต่มิทันจะครบถ้วนทุกวิมานพระอินทร์จึงให้มหาชวนะเทพบุตรมาตามด้วยเกรงว่าจะหมดพระชนมายุพระเนมิราชเสียก่อน

พระมาตุลีเทพบุตรจึงขับราชรถผ่านภูเขาและแม่น้ำสีทันดรซึ่งมีสายน้ำลึกนักมิอาจมีสิ่งใดข้ามได้แม้แต่เรือ แพหรือเกล็ดแววนางนกยูง ริมน้ำมีเขา ๗ ชั้น เรียงดั่งอัฒจันทร์ เป็นที่อยู่ของกินนร วิทยาธร คนธรรพ์ และยักษ์ หน้าประตูชั้นดาวดึงส์มีรูปพระอินทร์ประดิษฐ์ไว้ ในเมืองกว้างกว่า ๑ หมื่นโยชน์ เหนือยอดเขาพระสุเมรุล้อมรอบด้วยซุ้มทวารแก้วและกำแพงทองประดับแก้ว ๗ ประการ

พื้นทั่วไปนั้นมิมีฝุ่นผง มีแต่มวลบุปผานานาพันธุ์ออกดอกโต และส่งกลิ่นหอมรวยรินทั่วทุกหน

พระเนมิราชถูกเชิญเสด็จสู่โรงสุธัมมาเทวสถาน เหล่าทวยเทพยดาและเทพธิดาพากันนำดอกไม้ และเครื่องหอมทิพย์มาสักการะบูชาพระเนมิราช และอันเชิญเสด็จให้เสวยสิริสุขอยู่บนสรวงสวรรค์ อันเป็นทิพย์นิรันดร์

หากทว่าพระเนมิราชทรงตรัสว่า

"เรามิมีประสงค์เช่นนั้น เราได้เห็นผลกรรมของมนุษย์ที่น่าทุกขเวทนายิ่งนัก ให้รู้สึกสลดหดหู่ใจเหลือเกิน และเราก็ปีตินักที่ได้เห็นคนได้ผลบุญจนมาเสวยสุขในชั้นวิมาน เราจึงปราถนาจะได้สั่งสอนคนให้รู้จักประกอบคุณงามความดีไว้เพื่อมิต้องมาตกนรกหมกไหม้ดังนี้"

จากนั้นพระเนมิราชก็ทรงแสดงธรรมและสรรเสริญพระมาตุลีเทพบุตร แล้วจึงร่ำลากลับมายังเมืองมนุษย์

พระเนมิราชทรงตรัสเล่าเรื่องราวที่ทรงทอดพระเนตรมาในเมืองนรก และเมืองสวรรค์อย่างละเอียดให้แก่ข้าราชบริพารและชาวเมือง เมื่อได้ฟังความน่ากลัวของนรกและความงดงามของสวรรค์แล้ว เหล่าชาวเมืองก็ตื้นเต้นและตระหนักในเรืองบุญและกรรมกันยิ่งขึ้น

พระเนมิราชได้ทรงปฏิบัติมโนปณิธานของพระองค์รักษาศีลส่งสอนไพร่ฟ้าเสนาอำมาตย์ให้หมั่นทำความดีทำการกุศลมิได้ขาด แล้วจึงเสด็จออกบรรพชาอยู่ในอัมพวันอุทยานของมิถิลาพระนคร และได้เสด็จจุติในสวรรค์ชั้นฟ้าเมื่อทรงสวรรคตแล้ว

เนมิราชชาดกเรื่องนี้มีคติธรรมสอนถึงการหมั่นรักษาความดี ประพฤติชอบโดยตั้งใจ โดยมุ่งมั่น หากทำความดีแล้วย่อมได้ดีประพฤติชั่วย่อมได้ผลชั่วตอบแทน นี้เป็นเรื่องที่สมควรยึดมั่นโดยแท้


 

 

 

 
แบบฝึกหัดชั้นประถม
แบบฝึกหัด ป.1
แบบฝึกหัด ป.2
แบบฝึกหัด ป.3
แบบฝึกหัด ป.4
แบบฝึกหัด ป.5
แบบฝึกหัด ป.6
แบบฝึกหัดชั้นมัธยม
แบบฝึกหัด ม.1
แบบฝึกหัด ม.2
แบบฝึกหัด ม.3
แบบฝึกหัด ม.4
แบบฝึกหัด ม.5
แบบฝึกหัด ม.6
สูตรอาหาร
เมนูกับข้าว
เครื่องจิ้ม
ขนม-ของว่าง
เครื่องดื่ม
 
นิทาน
นิทานอีสป
นิทานทั่วไป
นิทานชาดก
นิทานวรรณคดี
นิทานเวตาล
 
     
  เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา    
สงวนลิขสิทธิ์ กระปุ๊กลุก.คอม