www.kapukluk.com
 
 
นิทานอีสป นิทานทั่วไป นิทานชาดก นิทานวรรณคด นิทานเวตาล  
 

ชาติที่ 7 พระจันทกุมาร

จันทกุมารชาดกเป็นเรื่องราวในอดีตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงบำเพ็ญขันติบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันขันติบารมี หมายถึง ความอดทนที่จะชำระกิเลสในตัวเป็นคุณธรรมที่รักษาใจให้เป็นปกติ ไม่หวั่นไหวต่อปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดจนไม่หวั่นไหวต่อคำสรรเสริญและนินทา เหมือนดั่งแผ่นดินที่ผู้คนทิ้งสิ่งของทั้งสะอาดและสกปรกลงมา แต่แผ่นดินก็ไม่เคยขัดเคือง
ในพระชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็น “พระจันทกุมาร”ทรงบำเพ็ญขันติบารมีด้วยความอดทนอย่างไม่มีขีดจำกัดยอมสละตนเองเพื่อช่วยผู้อื่นให้พ้นภัย การสร้างขันติบารมีของพระองค์

ในสมัยอดีตกาล พระเจ้าเอกราชเป็นพระราชแห่งเมืองบุปผาวดีนคร อันเป็นนามเดิมของเมืองพาราณสี พระเจ้าเอกราชมีพระอัครมเหสีนาม "โคตมี" มีพระราชโอรสพระนาม "จันทกุมาร" และ "สุริยราชกุมาร" มีพระธิดาพระนาม "เสลากุมารี"

ในพระราชวังมีปุโรหิตใจบาปนามว่า "กัณฑหาลพราหมณ์" เป็นผู้มักคิดการชั่วช้าชอบสินบน ตัดสินความใดก็มิชอบธรรม ผู้รู้เห็น ก็มิกล้าปริปากไปด้วยกลัวปุโรหิตจะเอาโทษได้

คราวหนึ่งผู้แพ้ความทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายถูกแต่มิได้ติดสินบน เดินร่ำไห้ออกมาพอดีพระมหาอุปราชจันทกุมารผ่านมาพบ จึงทรงตรัสถามเมื่อทรงทราบเรื่องก็เรียกชำระความใหม่ แล้วตัดสินสอบสวนอย่างชอบธรรม ให้ผู้ชนะที่ติดสินบนนั้นกลายเป็นฝ่ายผิด และให้ผู้แพ้ที่บริสุทธิ์เป็นฝ่ายชนะความ

เหล่าไพร่ฟ้าทราบเรื่องก็พากันแซ่ซ้องสรรเสริญกันทั่วนคร พระเจ้าเอกราชจึงให้พระอุปราชจันทกุมาร เป็นผู้ตัดสินความแทนปุโรหิตกัณฑหาล

เมื่อกาลกลับเป็นดังนั้น ปุโรหิตก็อดได้ลาภสักการะโดยมิชอบ ยังความแค้นใจอาฆาตต่อพระจันทกุมารเป็นยิ่งนัก ที่มาขัดลาภทำให้อดทรัพย์และเสียหน้าอีกด้วย

เวลาต่อมาพระเจ้าเอกราชทรงพระสุบินเห็นพระองค์ ได้เสด็จขึ้นสรวงสวรรค์ ณ ชั้นดาวดึงส์ ได้เที่ยวชมวิมานทิพย์ปราสาทแก้ว ซุ้มประตูทองและปราสาททิพย์สูง ๑ พันโยชน์ อุทยานสวรรค์มีแต่เหล่าอัปสรและบุปผาชาติหอมจรุง ริมสระโบกขรณีมีดุริยางค์ทิพย์ขับกล่อมบรรเลง ทุกหนแห่งล้วนน่าตื่นตาตื่นใจทั้งสิ้น

ครั้นตื่นบรรทมจึงให้ทรงปีติพระทัยนัก ทรงตรัสถามปุโรหิตกัณฑหาลว่า ควรบำเพ็ญกุศลใดหนอ จึงจักได้เสด็จไปเสวยสุขในชั้นสวรรค์ได้

พราหมณ์ชั่วจึงกราบทูลด้วยความกระหยิ่มใจว่า

"ข้าแต่พระองค์ หากประสงค์จะเสด็จสู่สวรรค์ ต้องทำพิธีบูชายัญ พระเจ้าข้า พระองค์จะต้องทรงสละสิ่งอันเป็นที่รักทั้งปวง พระเจ้าข้า"

"สิ่งอันเป็นที่รักอย่างไรหรือท่านปุโรหิต"

"ก็คือพระราชโอรสทั้ง ๔ พระราชธิดาทั้ง ๔ พระมเหสีทั้ง ๔ ช้างแก้ว ๔ ม้าทรง ๔ และเศรษฐีอีก ๔ พระเจ้าข้า"

ปุโรหิตทูลให้ฆ่าคนทั้งปวงนั้น แล้วเอาถาดทองคำรองเลือด แล้วนำเลือดไปบูชายัญ โดยจะต้องตัดคอพระโอรสจันทกุมารเป็นองค์แรกด้วย ซึ่งปุโรหิตคนชั่วคิดแค้นเพียงพระจันทกุมารองค์เดียว แต่เกรงเป็นที่ครหา จึงหาอุบายให้มีการฆ่าผู้อื่นด้วย เป็นอุบายที่อำมหิตยิ่งนัก

บรรดาเสนาไพร่ฟ้าเมื่อได้ยินข่าวนี้ ก็ให้หวาดกลัวเสียขวัญกันไปทั่ว ต่างเลื่องลือกันต่อ ๆ ไป ว่าพระเจ้าเอกราชจะทรงประหารลูกเมียบูชายัญ ด้วยเพราะอยากเสวยสมบัติทิพย์ดั่งพระอินทร์บนดาวดึงส์ มิว่าผู้ใดก็มิอาจทัดทานเปลี่ยนพระทัยได้

ด้านพระบิดาพระมารดาของพระเจ้าเอกราชก็เสด็จมาทูลวิงวอน ตรัสว่ากษัตริย์ที่ใดจะประหารมเหสี ธิดาและโอรสเพื่อบูชายัญให้เป็นบาปเป็นกรรมผิดธรรมเนียม ควรปฏิบัติทศพิธราชธรรมจึงจะถูกต้อง

แต่ทว่าพระเจ้าเอกราชทูลตอบว่า

"ขอเดชะพระราชบิดา ปุโรหิตกัณฑหาลพราหมณ์นั้นกล่าวว่า การบูชายัญนี้จะทำให้ขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าได้เมื่อสวรรคตแล้ว"

ฝ่ายจันทกุมารก็กราบทูลว่า

"ขอเดชะพระราชบิดา การฆ่าคนเพื่อบูชายัญมิใช่ทางไปสวรรค์ หากการสละของรักทำให้ขึ้นสวรรค์ได้จริง เหตุใดปุโรหิตจึงมิฆ่าลูกเมียบูชายัญบ้างเล่า ปุโรหิตทำเช่นนี้เพราะแค้นเคืองหม่อมฉัน หากพระบิดาทรงเมตตาก็ให้ขับหม่อมฉันออกจากนคร แล้วไว้ชีวิตทุก ๆ คนด้วยเถิดพระเจ้าข้า"


เมื่อถูกวิงวอนหลายครา พระเจ้าเอกราชก็ใกล้จะใจอ่อนยอมเลิกการบูชายัญ

ฝ่ายปุโรหิตจึงรีบเตรียมพิธีและให้ขุดหลุมโดยเร็ว แล้วก็รีบมายุยงเพ็ดทูลพระราชาให้รีบกระทำพิธีโดยมุ่งมั่น มิให้ทรงเปลี่ยนพระทัยได้ดังนั้น

พระธิดาเสลากุมารีก็ทรงเข้ากราบพระบาทพระราชา และทูลวิงวอนว่า

"พระบิดาจะฆ่าเสด็จพี่และฆ่าหม่อมฉัน เพื่อไปสวรรค์ได้อย่างไรกันเพคะ"

ฝ่ายพระนางจันเทวี มเหสีของจันทกุมารก็ทรงกันแสง พระโอรสของจันทกุมารมีนามว่า "วสุละกุมาร" จึงทูลวิงวอนเสด็จปู่ว่า

"พระอัยยิกาทรงเว้นการประหารพระบิดาของหม่อมฉันด้วยเถิด"

เมื่อเห็นหลานและคนทั้งปวงร่ำไห้ พระเจ้าเอกราชจึงทรงสลดพระทัยตรัสว่า

"เอาล่ะ เราจะงดบูชายัญ มิต้องคิดเรื่องไปสวรรค์แล้ว"

เมื่อพระราชาเปลี่ยนพระทัย ปุโรหิตจึงรีบเข้าเพ็ดทูลยุยงพระราชาตามลำพังว่า

"ขอเดชะ การบูชายัญนั้นเป็นเรื่องยากนัก ดังนั้นถ้าผู้ใดมีจิตเปลี่ยนพระทัย จงรีบให้ทำพิธีที่หลุมบูชายัญทันทีมิรั้งรออีกแล้ว"

พระมเหสีทั้ง ๔ ที่จะถูกบูชายัญ คือ พระนางโคตมี พระนางวิชยา พระนางเอราวดี พระนางเกสินี

พระโอรสทั้ง ๔ ก็มี เจ้าชายจันทกุมาร เจ้าชายสุริยกุมาร เจ้าชายภัททเสน เจ้าชายรามโคตร

เศรษฐีทั้ง ๔ คือ ปุณณมุขะ ภัททิยะ สิงคาละ วัทธะ

และช้างแก้ว ม้าแก้ว อย่างละ ๔ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ถูกนำไปรอพร้อมที่พิธีทันที ท่ามกลางความโกลาหลของชาววังและชาวเมือง

ที่หน้าพระราชวังจึงมีแต่เสียงไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินร่ำไห้กันอึงคนึง เหล่านกกาก็บินว่อนร้องกันผิดอาเพศทั่วในนภากาศ

ปุโรหิตสั่งให้นำตัวจันทกุมารมานั่งก้มพระศอที่หลุมเป็นองค์แรก แล้วปุโรหิตก็เตรียมดาบจะฟันพระศอพระจันทกุมารให้วายชนม์ สมความแค้นแห่งจิตบาปหยาบช้า

ฝ่ายพระนางจันทเทวีพระมเหสีของพระจันทกุมารทรงกันแสง ด้วยอาดูรใจจะขาด พระนางยกมือพนมตั้งสัตย์อธิษฐานแก่ทวยเทพว่า

"ข้าแต่เทพยดาอันทรงศักดิ์ พระอุปราชจันทกุมารสวามีของข้ามิเคยประพฤติชั่ว แต่กัณฑหาลพราหมณ์นี้เป็นปุโรหิตที่ทุศีล ประพฤติบาปหยาบช้าอยู่เป็นนิจ คิดแต่จะทำร้ายผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตน คำกล่าวนี้เป็นคำสัตย์ ขอเทพยดาทั้งปวงเป็นพยาน ของจงทรงช่วยพระจันทกุมารให้พ้นภัยจากมือคนบาปด้วยเถิด"

ด้วยแรงอธิษฐานนั้น พระอัมรินทราชาบนดาวดึงส์ จึงทรงถือค้อนเหล็กอันลุกโชติช่วงด้วยเปลวเพลิง เสด็จเหินลอยลงมากลางอากาศ ทรงตวาดด้วยสุรเสียงอันกึกก้องว่า

"ชะช้า.... ไอ้พระราชาโฉดเขลา มิได้ครองราชย์โดยธรรม คิดจะฆ่าลูกเมียบูชายัญ มิรู้มีประเพณีที่ใดปรากฎเช่นนี้ หากทำพิธีเราจะประหารท่านด้วยค้อนเหล็กนี้แหละ"

พระอินทร์ตวาดพลางทรงฟาดค้อนใส่ฉัตรล้มระเนระนาด เสียงกัมปนาทลั่นนคร

ผู้คนทั้งปวงเห็นฤทธานุภาพเช่นนั้นก็แตกตื่นอลหม่าน ต่างกรูกันเข้ารุมทุบตีขว้างปาพราหมณ์กัณฑหาลจนสิ้นใจตาย

หลังจากนั้นก็กรูกันจะเข้าจับตัวพระเจ้าเอกราช พระจันทกุมารจึงทรงเข้ากอดพระบิดาขวางประชาชนไว้ พรางขอร้องมิให้ฆ่าพระราชา

บรรดาไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินพากันตะโกนขับไล่พระราชา ต่างโห่ร้องประฌานมิให้ครองราชย์สืบต่อไป ให้พระองค์ทรงโพกผ้าย้อมขมิ้นที่ศีรษะเป็นคนจัณฑาล ให้เนรเทศออกไปอยู่หมู่บ้านจัณฑาล แล้วอัญเชิญจันทกุมารขึ้นครองเมือง

เวลาต่อมาพระเจ้าจันทกุมารเสด็จออกนครบุปผวดี ไปดูแลปฏิบัติต่อพระบิดาอยู่เนือง ๆ พระบิดาก็ทรงถวายพระพร ให้พระเจ้าจันทกุมารเสวยราชสมบัติโดยสุขตลอดพระชนมายุ โดยมิต้องประสบภัยใดอีกเลย...

ชาดกเรื่องนี้มีคติธรรมคือเรื่องอาฆาตจองเวรนั้น ย่อมให้ทุกข์กลับคืนแก่ตนในที่สุด และความเขลาหลงในทรัพย์และสุขของผู้อื่น ก็ย่อมให้ผลร้ายแก่ตัวได้ในไม่ช้าเช่นกัน


 

 

 

 
แบบฝึกหัดชั้นประถม
แบบฝึกหัด ป.1
แบบฝึกหัด ป.2
แบบฝึกหัด ป.3
แบบฝึกหัด ป.4
แบบฝึกหัด ป.5
แบบฝึกหัด ป.6
แบบฝึกหัดชั้นมัธยม
แบบฝึกหัด ม.1
แบบฝึกหัด ม.2
แบบฝึกหัด ม.3
แบบฝึกหัด ม.4
แบบฝึกหัด ม.5
แบบฝึกหัด ม.6
สูตรอาหาร
เมนูกับข้าว
เครื่องจิ้ม
ขนม-ของว่าง
เครื่องดื่ม
 
นิทาน
นิทานอีสป
นิทานทั่วไป
นิทานชาดก
นิทานวรรณคดี
นิทานเวตาล
 
     
  เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา    
สงวนลิขสิทธิ์ กระปุ๊กลุก.คอม